088.สันติภาพ

posted on 21 May 2010 13:49 by warmheart in Knowledge

2-3 ปีมานี่ ฉันร่ำเรียนถึงแต่เรื่องราวของ “การจัดการความขัดแย้ง” มีทฤษฎีมากมาย  มีเหตุการณ์จริงในอดีตหลายๆเรื่องราว ที่อาจารย์นำมาให้พวกเราศึกษาและวิเคราะห์ เป็นตัวอย่างในห้องเรียน....พวกเราได้เรียนรู้  สาเหตุแห่งความขัดแย้ง , ประเภทของความขัดแย้ง , ตลอดจน วิธีการและเครื่องไม้เครื่องมือในจัดการความขัดแย้ง  ซึ่งมีหลากหลายวิธี

 

แต่.....อาจารย์ที่สอน ท่านจะเน้นแนวทาง “สันติวิธี”  ท่านบังคับให้พวกเราเรียน “สันติภาพศึกษา” รายงานแทบทุกเล่ม รวมถึงวิทยานิพนธ์ของพวกเรา บทสรุปส่วนใหญ่มักจะต้องนำเสนอแนวทางการจัดการความขัดแย้ง  ในแบบ “สันติวิธี” เท่านั้น 

 

ในที่สุด วันที่12 มีนาคม ถึง 19 พฤษภาคม 2553   ฉันก็ได้เรียนรู้...จากเหตุการณ์จริง ฉันติดตามข่าวสาร และแอบวิเคราะห์สาเหตุความขัดแย้งไปเรื่อยเปื่อยตามที่ฉันได้เรียนมา  ฉันยังแอบวิเคราะห์ต่อถึง แนวทาง และวิธีจัดการจัดการความขัดแย้ง....รวมถึงวิเคราะห์ผลลัพธ์ที่จะตามมาไว้ด้วย......(เพื่อ???)  แล้วฉันก็ได้พบว่ามีหลายเรื่องก็ตรงตาม ที่ได้เรียนรู้มา...Confirm ทฤษฎีได้จริงๆ   

 

กระทั่ง......วันที่ 19 พฤษภาคม 2553  ฉันก็ได้กรณีศึกษา เรื่อง “การจัดการความขัดแย้งด้วยวิธีการรุนแรง” ซึ่งในทฤษฎีที่พวกเราเรียนมา เราต่างรู้กันว่าเป็นวิธีการที่ได้ผลดี...และสามารถจัดการความขัดแย้งนั้นให้ยุติลงได้อย่างรวดเร็ว หากแต่.......ผลลัพทธ์ที่ตามมามันน่ากลัว  (ซึ่งมันก็เกิดขึ้นให้เห็นจริงๆ  เผาวอด และสูญเสียชีวิตผู้คนไปมากมาย)

ผลกระทบข้างเคียงที่ตามมา  คือความรู้สึกเจ็บปวด สะเทือนใจกันไปทั้งสังคมอีกยาวนาน  เหตุการณ์จบลง แต่ในความเป็นจริงความขัดแย้งนั้นจะยังคงอยู่  และกลายเป็นแอบซุกไว้ใต้พรม  อาจรอวันปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง (หรือเปล่า) 

 

ขั้นตอน หลังจากนี้  ก็จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยา และรื้อฟื้นคืนดี  เป็นการเยียวยา..รื้อฟื้นคืนดี บนจิตใจของผู้คนที่หลากหลาย  บ้างสะใจ  บ้างสมน้ำหน้า  บ้างเสียใจ บ้างสูญเสีย บ้างสะเทือนใจ ฯลฯ  แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งที่น่ากลัวที่สุดคือกลุ่มที่มีความรู้สึก “แค้น” ติดฝังอยู่ในใจ ซึ่งกลุ่มนี้ เยียวยาได้ยากมาก 

 

ฉันจะไม่พูดถึงความรู้สึก จะไม่โทษไม่ตำหนิว่าอะไรควร – อะไรไม่ควร  เพราะตอนนี้เหตุการณ์มันยุติลงมาแล้วระดับหนึ่ง 

 

วันนี้ ฉันเฝ้ามองไปข้างหน้า  มองอนาคตของประเทศ..... มองเข้าไปในจิตใจผู้คนในสังคม ที่ต่างก็มีความคิด ความรู้สึกมากมายหลากหลาย ...ฉันคงจะไปเที่ยวบอกใครต่อใครให้ทำอย่างนั้นสิ เธอต้องทำแบบนี้นะไม่ได้  ก็ฉันเป็นใครล่ะ

 

สุดท้าย.....  ฉันก็มองเข้ามาที่ตัวเองแทน ว่า “ฉันเองควรต้องทำอะไร  ฉันควรทำตัวอย่างไร  ฉันควรพูดอะไร ไม่ควรพูดอะไร เพื่อให้บ้านเมืองที่ฉันรัก......เดินเข้าสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้  ได้เห็นพวกเราคนไทยกลับมารักใคร่ปรองดองกันได้อีกครั้ง”  ตอนนี้..ฉันเองพร้อมที่จะรับชะตากรรมร่วมกับเพื่อนพี่น้องชาวไทยของฉัน 

 

ฉันก็เป็นเพียง Nobody  ที่ไม่รู้ว่าความคิดเห็นต่างๆ ของฉันใครจะรับฟัง ฉันไม่หวังให้ความคิดเห็นของฉันต้องตกเป็นชนวนตัวเล็กๆ ที่จุดรอยร้าวของความขัดแย้งในสังคมแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม  ฉันยอมรับด้วยความจริงใจว่า ทุกคนต่างก็มีความคิดเห็นหลากหลายและไม่ตรงกัน 

 

ฉันเพียงอยากวิงวอนขอเป้าหมายร่วมกันอยู่ 1 อย่างคือ  “การเดินเข้าสู่สันติภาพ”

การเดินหน้าเข้าสู่สันติภาพหลังสงครามจะไปต่อไม่ได้เลย ถ้าหากเราทุกคนไม่เริ่มด้วยการอภัยให้กันและกัน

** เพิ่มเติม ** สืบเนื่องจาก คห.8 (คุณตูดเป็ด) จขบ.ขออธิบายเพิ่มเติม

เพื่อความเข้าใจตรงกัน ในข้อความที่ต้องการสื่อสารค่ะ

เรื่องการให้อภัย จขบ.ไม่ได้หมายถึงการกระทำความผิดแล้วอภัยไปโดยไม่รับผิดนะคะ 

การกระทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมายไม่ว่าฝ่ายใดๆค่ะ

แต่การให้อภัยในที่นี้ คือการให้อภัยทางความรู้สึก ลดความรู้สึกเกลียดชัง ฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ ลง

หากเราจะเริ่มต้นใหม่สู่สันติภาพกัน ไม่อย่างนั้นคงเริ่มกันไม่ได้สักทีค่ะ

 

ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์จะเห็นว่าหลายๆเหตุการณ์  สันติภาพมักจะมาเริ่มสร้างกันหลังสงครามจบลง 

 

นับจากวันนี้  ฉันคงจะได้เริ่มเรียนรู้กรณีศึกษา  การสร้างสันติภาพ และ เห็นสันติในบ้านเราได้เสียที  พอกันทีฉันไม่อยากเรียนรู้ตัวอย่างของความขัดแย้งในสังคมอีกต่อไปแล้ว

 

สันติภาพ.....เกิดขึ้นได้เสมอ  ขอให้รักบังเกิดขึ้นที่ใจเราทุกคน

 

 

 

ปล. เขียนเรื่องนี้ขึ้น  เพื่อเป็นกรณีศึกษา...เรื่องราวของสังคมวันนี้  ในมุมมองของ จขบ.ค่ะ 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ออกความเห็น
แต่....
นึกถึงสมัยเด็กๆที่เคยรู้จัก 2 หนุ่มพี่น้องที่ชื่อ
สงคราม กับ สันติภาพ
จำได้เปล่า...big smile

#17 By โต๊ะคิ้งส์ on 2010-05-21 21:42

ให้อภัยคนไม่รู้ค่ะ ..

แต่สำหรับคนที่รู้.. ก็ให้อภัย .. แต่ต้องอยู่ในกฎหมาย และเวรกรรมค่ะ big smile

#16 By กวางน้อย... on 2010-05-21 21:20

วิบากของคนทั้งประเทศค่ะ เราต่างก็มาร่วมใจกันหยุดแสดงความคิดเห็นที่ก่อให้เกิดผลแห่งความเกลียดชังกันและก็พร้อมยอมรับชะตากรรมร่วมกัน อย่างที่คุณแพทว่าbig smile

#15 By ตีรณา on 2010-05-21 20:33

ในความเป็นจริงยังต้องรอดูต่อไป สันติภาพเป็นเพียงแค่ภาพรวม โลกนี้มันมีความละเอียดอ่อนถึงระดับ หน่วย นาโน เลยทีเดียว

#14 By Live a Live on 2010-05-21 19:36

sad smile

ความคิดส่วนตัวของแต่ละคนเรายอมรับค่ะ คิดว่าทุกคนต้องการสันติภาพ ความสงบสุข ในบ้านเมืองเราค่ะ

#13 By ไผ่ลู่ลม on 2010-05-21 18:09

สันติภาพจงเกิดขึ้นแก่เรา รอยยิ้มจงเกิดขึ้นแก่ไทย ^^
หายหัวไปนาน มีโอกาส ไม่ทัก ไม่ได้แล้วววว ^^
พี่แพท สบายดีนะค่ะ
พริมงานยุ่งมากกว่าเดิมเยอะเลย ^^!!!
แต่ก็คิดถึงพี่แพทนะ
รักนะ จุ๊บ ๆ ^^

#12 By พริม on 2010-05-21 16:34

# 8 คุณตูดเป็ด ...คะถูกต้องเลยค่ะ

การให้อภัยในที่นี้

การกระทำอะไรผิดว่าไปตามผิดเลยค่ะ ไม่ต้องให้อภัย

แต่ในที่นี้หมายถึง ให้อภัยในความรู้สึก ต่อกันน่ะค่ะ

#11 By Pat on 2010-05-21 15:48

แม้เราจะเป็นเพียง Nobody แต่นาตเชื่อค่ะว่าถ้าเรารวมตัวกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้าง อีกไม่นานทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมbig smile

#10 By Nart on 2010-05-21 15:45

Hot! Hot!

#9 By ย้ากส์ on 2010-05-21 15:13

ให้อภัยได้
แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
ใครทำผิด ก้อต้องถูกลงโทษก่อน

ถ้าเราให้อภัยทุกครั้ง แล้วต่อไป ชาติจะอยู่อย่างไร

ถ้าความผิดไม่ใหญ่หลวง น่าให้อภัย

แต่ทำลาย ทำร้ายประเทศ และ คนในประเทศ

มันก้อยากเกินอภัยนะคะ

big smile
สันติภาพจะเ้กิดขึ้นได้

หากเราลองเปิดใจยอมรับและให้อภัยbig smile big smile

#7 By "I am Happy Lady" on 2010-05-21 15:08

สังคมมันเกิดจากคนหลายฝ่ายมารวมกัน ค่อยๆเริ่มค่อยๆทำเดี๋ยวก็ค่อยดี

#6 By แทณนี่แหละ on 2010-05-21 14:42

ถ้าอยากให้บ้านเรากลับมาเป็นสยามเมืองยิ้ม...

ตัวเราเองนั่นแหละค่ะ...

ที่ควรจะเริ่มต้นยิ้มก่อน...

big smile
ในที่ที่พูดไม่ได้

ยอมน้ำท่วมปาก

หากเห็นว่าการแสดงความคิดเห็นนั้น

ไม่ก่อประโยชน์

เริ่มที่ตัวเอง

สันติภาพจะนำมาซึ่งความสันติสุข big smile

#4 By ฟองจันทร์ on 2010-05-21 14:05

อ่าา ถูกคับ

เริ่มตั้งแต่วันนี้อภัยให้กัน confused smile

#3 By idscene on 2010-05-21 14:05

บางครั้งยิ่งไม่อยากเจอกับเจอ ทำใจเดินหน้าเข้าหามัน
ดีกว่า ถึงจะเป็นประสบการณ์ทีไม่น่าจดจำก็ตาม

#2 By dowrun happy on 2010-05-21 14:04

เข้ามาว่าจะคอมเม้นท์

แต่ "งึมงัม งึมงัม" ดีกว่าครับ

:)

#1 By ขอบฟ้า on 2010-05-21 14:00